Pressure drop และ Volume Drop คืออะไร?

การวางแผนติดตั้งระบบอัดอากาศนั้นไม่ใช่แค่เพียงการเลือกระบบอัดอากาศให้เหมาะสมกับการใช้งานเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือคุณจะต้องคำนึงถึงการออกแบบระบบให้เหมาะสมกับแรงดันที่คุณใช้งานจริง เพื่อให้เกิด Pressure drop และ Volume Drop น้อยที่สุด

pressure drop คืออะไร?

pressure drop คือการที่แรงดันการจ่ายลมในระบบอัดอากาศลดลง ซึ่งเป็นผลจากแรงเสียดทานในระบบ  ปัจจัยหลักที่ีทำให้เกิด pressure drop คือขนาดและความยาวของท่อ ยิ่งท่อมีขนาดเล็ก แรงเสียดทานก็จะยิ่งมากขึ้นและทำให้เกิด pressure drop เพิ่มขึ้นเท่านั้น  เมื่อเราออกแบบระบบอัดอากาศหรือระบบท่อ เราจึงควรคำนึงถึงเรื่องของ pressure drop ด้วย สิ่งสำคัญคือต้องหาความสมดุลระหว่างมาตรวัดท่อเพื่อให้แรงดันตกน้อยที่สุด

สาเหตุของ volume drop เกิดจากอะไร?

volume drop คือการที่ปริมาตรของลมที่ผลิตได้จากเครื่องอัดอากาศหรือปั๊มลม (compressors) ลดลง อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุได้แก่ มีรอยรั่ว ทำให้มีลมรั่วออกมาระหว่างกระบวนการผลิต มีสิ่งแปลกปลอมขีดขวาง หรือแม้แต่การเดินท่อไม่ถูกวิธี การเลือกอุปกรณ์คุณภาพต่ำก็อาจทำให้ volume drop ได้เช่นกัน  volume drop เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิตอากาศอัดสูงขึ้นเนื่องจากใช้กำลังผลิตเท่าเดิมแต่เราได้รับปริมาณลมที่น้อยลง  ดังนั้นหากเกิด volume drop  เราจึงต้องรีบหาสาเหตุและดำเนินการแก้ไขโดยเร็วที่สุด โดยปริมาณลมที่ลดลงไม่ควรลดลงต่ำกว่า 10% ของปริมาณลมที่ผลิตได้

หากเราแก้ปัญหา Pressure drop และ Volume Drop ได้จะดีอย่างไร?

หากเราสามารถแก้ไขปัญหา Pressure drop และ Volume Drop ได้ จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในระบบอัดอากาศไปได้มาก หากคุณลองพิจารณาถึงความจริงที่ว่าหากมีรอยรั่่วขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงแค่ 1 มม.ในระบบอัดอากาศ จะทำให้เราสูญเสียค่าไฟถึง 9800 บาท ต่อปี (เมื่อเทียบกับการทำงานแบบสามกะ) และ 95000 บาทต่อปี หากมีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 3 มม. ดังนั้นหากคุณกำลังวางแผนออกแบบระบบอัดอากาศอยู่ คุณจำเป็นต้องพิจารณาถึงเรื่องการเดินท่อให้ถูกวิธี คุณภาพของอุปกรณ์ ขนาดท่อ ให้เหมาะสมกับแรงดันที่คุณใช้งานจริง